

แหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัด คือ แหล่งโบราณที่มีหลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่ใหญ่ที่สุด และมีความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมที่ยาวนานที่สุดในประเทศไทย ณ เวลานี้ นับได้ตั้งแต่ยุคหินใหม่ สำริด เหล็ก เรื่อยมากระทั่งยุคปัจจุบัน กว่า 200 ชั่วอายุคน ตัวแหล่งขุดค้นตั้งอยู่ในเขตตำบลพลสงคราม อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ภายในได้มีการขุดพบหลุมศพ กระดูกมนุษย์ เครื่องประดับ และไหโบราณลวดลายงดงาม ซึ่งมีอายุร่วมสมัยกับแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงที่จังหวัดอุดรธานี คือประมาณ 4,500 ปี และในอนาคตอาจมีการสนับสนุนให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกอีกด้วย
ประวัติ
โครงการศึกษาวิจัย “The Development of An Iron Age Chiefdom : Phase Twor” เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ได้รับอนุญาตจากภารกิจการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้เข้ามาศึกษาค้นคว้าทางโบราณคดีในประเทศ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งดำเนินการระหว่าง พ.ศ. 2538 ถึง 2542 ในบริเวณบ้านโนนวัด ตำบลพลสงคราม อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อศึกษาเรื่องราวของคนในประวัติศาสตร์ ก่อนที่จะพัฒนาเข้าสู่อารยธรรมอย่างแท้จริงในช่วงคริสตกาล สาเหตุที่เลือกศึกษาในบริเวณนี้ เนื่องจากปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า มีอารยธรรมขอมโบราณที่เก่าแก่ คือ ปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพนมวัน และปราสาทหินพนมรุ้ง อันเป็นถิ่นกำเนิดของกษัตริย์ที่สำคัญของราชวงศ์หนึ่งของขอมโบราณ คือ มหิธรปุระ
และหลังจากโครงการศึกษาวิจัย : The Development of An Iron Age Chiefdom : Phase Two สิ้นสุดโครงการลง และได้ข้อมูลในปริมาณมาก ดร.ไนเจล ชาง นักโบราณคดี จากมหาวิทยาลัยเจมส์คุกประเทศออสเตรเลีย จึงสนใจเข้ามาศึกษาวิจัยการเปลี่ยนแปลงของสังคมลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน Environment Change and Society before Angkor : Ban Non Wat and the upper Mun River Catchment in Prehistory เพื่อเป็นการค้นคว้าเพิ่มเติมในส่วนของวิถีชีวิตในรอบ 5,000 ปี การแก้ปัญหาสภาวะแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนน้ำ และปัญหาน้ำท่วม โดยเริ่มจากการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของสังคมชาวนาสมัยแรกสุดในบริเวณนี้ ต่อด้วยการเข้ามาของเทคโนโลยีการใช้โลหะเป็นครั้งแรกๆ จากภายนอก คือ การใช้ทองแดง สำริด และเหล็ก จากนั้นจึงมีการเกิดขึ้นของสังคมแบบรัฐ มีผู้นำของสังคม ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับอารยธรรมทวารวดีในภาคกลางของประเทศไทยและอายธรรมแห่งเมืองพระนครในประเทศกัมพูชาในระยะเวลาต่อมา
ความสำคัญของโนนวัด
การค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์เป็นการเปิดให้เห็นว่าบรรพบุรุษของคนไทยนั้นมีความเป็นมาที่ยาวนานถึง 4,000 ปี ในขั้นตอนของการศึกษาต่อไป หากมีการศึกษาข้อมูลตรงนี้อย่างจริงจัง จะทำให้เราเข้าใจบรรพบุรุษคนไทยตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์อย่างแท้จริงได้ เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลของคนไทยย้อนหลังไปตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งหลักฐานที่พบที่นี่อาจจะเรียกได้ว่า เป็นข้อมูลใหม่ของโลกเลยก็ว่าได้ นับเป็นการค้นพบครั้งสำคัญของโลก
ความสำคัญต่อความรู้ทางโบราณคดีของมนุษยชาติที่เกิดขึ้นจากแหล่งโบราณคดีบ้านโนนวัดจะต้องถูกนำมาใช้เพื่อการเรียนรู้ ที่ทุกภาคส่วน ทุกระดับจะเข้าถึงได้ การจัดระบบข้อมูลทางวิชาการที่เป็นมาตรฐานยังคงต้องดำเนินต่อไป แต่ความรู้สำหรับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชุมชนและอนุชนรุ่นหลัง ควรจะต้องถูกพัฒนาขึ้นมา และการพัฒนาอย่างยั่งยืน จะเป็นคำตอบที่จะต้องมีการแสวงหาแนวทางด้วยปัญญาของทุกภาคส่วนร่วมกันเพื่อบรรลุคำตอบที่ต้องการนี้


จุดเด่นบ้านโนนวัด
1. แหล่งโบราณคดีที่มีความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมที่ยาวนานที่สุดในประเทศไทย
2. หลุมขุดค้นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
3. มีโอกาสได้รับการพิจารณาให้เป็น “แหล่งมรดกโลกบ้านโนนวัด” ในอนาคต
4. มีความเก่าแก่อยู่ในยุคหินใหม่ ประมาณ 4,500 ปีมาแล้ว ร่วมสมัยเดียวบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ถึงประมาณ 1,000 ปี
5. มีลวดลายที่ปรากฏบนภาชนะดินเผา เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่บ้านโนนวัด
6. ครั้งแรกของประเทศไทยที่พบว่าเป็นศพผู้ใหญ่ที่ถูกนำบรรจุใส่ในภาชนะดินเผาขนาดใหญ่มีอายุราว 4,000 ปี

