

ผ้าไหมไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมการแต่งกายที่สืบสานกันมามากกว่า 3,000 ปีมาแล้วโดยมีแหล่งสําคัญอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและได้ขยายไปยังภาคเหนือตอนบนจนปัจจุบันได้แพร่กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศซึ่งมีความแตกต่างกันในลวดลายตามเชิงความคิดและวัฒนธรรมแต่ละท้องถิ่น นับตั้งแต่จัดตั้งบ้านหลุ่งประดู่ เมื่อปีพ.ศ.2478โดยวิถีชีวิตของชาวอิสานจะมีการทอผ้าไหมไว้ใช้ในชีวิตประจําวัน งานบุญงานประเพณีต่าง ๆ ใต้ถุนบ้านเกือบทุกหลังจะมีทอผ้าผู้หญิงทุกคนต้องทอผ้าไหมเป็นจึงจะแต่งงานได้ ผ้าไหมเป็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวหลุ่งประดู่ เส้นไหมนับหมื่นนับแสนเส้นถักทอกลายเป็นผืนผ้าที่มีเอกลักษณ์มีความประณีตบรรจง กลายเป็นเอกลักษณ์จนถึงปัจจุบัน



ภูมิปัญญาเดิมที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ มีการทําลายมัดหมี่แบบโบราณวัสดุที่ใช้ในการทําลายมัดหมี่ใช้เส้นใยสับปะรดมาขูดเอาเนื้อออกมาให้เหลือแต่เส้นใยล้างแล้วตากให้แห้งจึงนํามามัดนอกจากนี้ยังใช้กาบกล้วยตากแห้งมามัดเป็นลายต่างๆ แต่มีข้อเสียคือถ้ามัดไม่แน่นสีจะซึมเข้าหากัน จึงหันมาใช้เชือกพลาสติกแทนชุมชนบ้านหลุ่งประดู่ได้รับการพัฒนาเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยววัฒนธรรมผ้าไหมและเป็นแหล่งเรียนรู้การทอผ้าไหม (โรงเรียนผ้าไหม) ภายใต้การสนับสนุนของสํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครราชสีมา ดังนั้นการทอผ้าไหมจึงเป็นภูมิปัญญาอีกหนึ่งสาขาที่ได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ประเทศไทยมีการทอผ้ามาเป็นเวลายาวนานแค่ไหนไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดได้ นอกจากหลักฐานทางโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียงจังหวัดอุดรธานีพบร่องรอยการใช้ผ้าไหมและใยป่านกัญชาติดอยู่กับกําไรยุคสําริดอายุประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว (สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ,2537 : 30) จากที่กล่าวมาทําให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ผ้าไหมเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดํารงชีวิตซึ่งผ้าไหมมีบทบาททางเศรษฐกิจและเป็นสื่อสัญลักษณ์ทางสังคมที่บ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นและชาติพันธุ์ กระบวนการทอผ้าไหมเป็นกระบวนการทางภูมิปัญญาที่เกิดจากการเรียนรู้ที่พัฒนาจนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมด้วยการสร้างสรรค์ต่อยอดให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่เป็นทุนทางสังคมในการพึ่งพาตนเองได้ด้วยจากความเป็นมาดังกล่าวผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษา“การถ่ายทอดภูมิปัญญาพื้นบ้านในการทอผ้าไหมหมู่บ้านหลุ่งประดู่ ตําบลหลุ่งประดู่อําเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา” เพื่อเป็นการบันทึกถึงเทคนิคการถ่ายทอดภูมิปัญญาและแนวทางการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทอผ้าไหมให้เป็นมรดกของชุมชนสืบต่อไป


พิกัด 📍
อ้างอิง
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husojournalpnru/article/view/245633/166398